My Favourite Team Basketball

posted on 22 Jan 2009 23:09 by rtbmu128

 Dwyane Wade  

 

                           Dwyane Tyrone Wade, Jr. (born January 17, 1982) is an American professional basketball player who currently plays for the Miami Heat in the National Basketball Association (NBA). His nicknames include "Flash" and "D-Wade". Wade was named 2006 Sportsman of the Year by Sports Illustrated. Despite the unorthodox spelling, Wade's first name is pronounced as Dwayne; often in print media, it is misspelled as such. Wade has established himself as one of the most well-known and popular players in the league. He had the top selling jersey in the NBA for nearly two years, as he led the NBA in jersey sales from the 2005 NBA playoffs, until the mid-point of the 2006-07 NBA season.

                            After entering the league with little fanfare as the fifth pick in the 2003 NBA Draft, Wade has become one of the most accomplished young players in the NBA today. Having made the All-Rookie team in his first season and the All-Star team the following four seasons, Wade led the Miami Heat to their first NBA Championship in franchise history in his third pro campaign. He was named the 2006 NBA Finals MVP as he led the Heat to a 4–2 series win over the Dallas Mavericks. At the 2008 Summer Olympics, Wade led the United States Men's Basketball team, commonly known as the Redeem Team, in scoring, as they captured gold medal honors in Beijing, China.

                            Dwyane Wade was born in the South Side of Chicago, Illinois to Dwyane Sr. and Jolinda. He cites one of his older sisters,Tragil, as the individual most responsible for his childhood upbringing and for steering him in the proper direction.His parents divorced and he lived with his father and stepmother in Robbins, Illinois during his childhood.As a child growing up in the Chicago area Wade idolized former Chicago Bulls star Michael Jordan,and has said he patterns his game after him.

                            Wade attended Harold L. Richards High School in Oak Lawn.He did not see a lot of playing time his sophomore year as his stepbrother, Demetris McDaniel, was the star of the team.Wade grew four inches in the summer before his junior year and proceeded to average 20.7 points and 7.6 rebounds per game. Wade then averaged 27.0 points and 11.0 rebounds his senior year, and led his team to a 24–5 record.They advanced to the title game of the Class AA Eisenhower Sectional, during the season he set school records for points (676) and steals (106) in a season.Wade was recruited by only three schools (Marquette University, Illinois State, and DePaul University) as a result of academic problems.

                 ดเวน เหว็ด (Dwyane Wade) หรือชื่อเต็ม ดเวน ไทโรน เหว็ด จูเนียร์ (Dwyane Tyrone Wade, Jr.) (เกิด 17 มกราคม พ.ศ. 2525) เป็นนักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน เล่นในลีกเอ็นบีเอ มีฉายาว่า แฟลช (Flash) และ ดี-เหว็ด (D-Wade) ปัจจุบันอยู่ทีมไมอามี ฮีท

      วัยเด็ก         

                             ดเวน เหว็ด เกิดทางตอนใต้ของเมืองชิคาโก มีพ่อชื่อ ดเวน เหว็ด ซีเนียร์ (Dwyane Wade, Sr.) กับแม่ชื่อ โจลินดา เหว็ด (Jolinda Wade) พ่อแม่เขาหย่ากัน ดเวนอาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงเขาในเมือง รอบบินส์ [มลรัฐอิลลินอยส์] และเขามักพูดเสมอว่ามีพี่สาวของเขาเป็นคนที่พาเขาไปในทางที่ถูกต้อง

      ระดับไฮสคูล

                             เหว็ดเรียนไฮสคูลที่ H. L. Richards High School ที่เมืองโอคลอว์น (Oak Lawn) มลรัฐอิลลินอยส์ เหว็ดไม่ได้ลงเล่นมากนักในปีสอง เพราะลูกพี่ลูกน้องของเขา ดิมิทริส แม็คแดเนีล (Demetris McDaniel) เป็นดาราในทีม เหว็ดตัวสูงขึ้นอีกสี่นิ้วตอนขึ้นปีสาม และเล่นได้เฉลี่ย 20.7 แต้ม 7.6 รีบาวด์ ทำผลงานรวม 100 แอสซิสต์ 73 สตีล
ตอนอยู่ปีสี่ เหว็ดทำได้เฉลี่ย 20.7 แต้ม 11.0 รีบาวด์ และช่วยให้ทีมมีสถิติชนะ 24 แพ้ 5 ได้เข้าชิงแชมป์ในสาย เขาทำลายสถิติของโรงเรียน โดยได้ 676 แต้มและ 106 สตีลภายในหนึ่งฤดูกาล
                             นอกจากด้านบาสเกตบอลแล้ว เหว็ดยังเป็นนักวิ่งที่มีชื่อในระดับไฮสกูล มีมหาวิทยาลัยเพียงสามแห่งเท่านั้นที่เสนอทุนการศึกษาให้เขา ได้แก่ มหาวิทยาลัยมาร์เคว็ต (Marquette University), มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์สเต็ต (Illinois State) และ มหาวิทยาลัยดีพอล (DePaul University)

      ระดับมหาวิทยาลัย


                             เหว็ดเล่นให้กับมหาวิทยาลัยมาร์เคว็ตในเมืองมิววอร์คกี ปีแรกเหว็ดไม่ได้ลงเล่นเนื่องจากติดปัญหาด้านการเรียน เมื่อเขามีสิทธิ์ลงเล่นในปีสอง (ปี ค.ศ. 2001-2002) เขาเป็นคนทำคะแนนสูงสุดในทีม ได้คะแนนเฉลี่ย 17.8 แต้มต่อเกม และยังทำได้ 6.6 รีบาวด์และ 3.4 แอสซิสต์ต่อเกม ให้ทีมมีสถิติชนะ 26 แพ้ 7 ซึ่งดีที่สุดนับจากฤดูกาล 1993-94 ในปี 2003 เหว็ดเป็นคนทำคะแนนสูงสุดอีกครั้งที่ 21.5 คะแนนต่อเกม มาร์เคว็ตได้เป็นแชมในสาย Conference USA เป็นครั้งแรกด้วยสถิติชนะ 27 แพ้ 6 และเข้าไปเล่นถึงรอบสี่ทีมสุดท้ายในการแข่งชิงแชมป์ระดับมหาวิทยาลัยของเอ็นซีดับเบิลเอ
                             ผลงานที่น่าจดจำที่สุดในการแข่งชิงแชมป์ของเหว็ต น่าจะเป็นตอนแข่งชิงในรอบ มิดเวสต์รีเจียนนอลไฟนอล ตอนที่แข่งกับมหาวิทยาลัยเคนทักกีซึ่งถือเป็นทีมในอันดับหนึ่งในสาย เหว็ดทำทริปเปิล-ดับเบิล ได้ 29 คะแนน 11 รีบาวด์ 11 แอสซิสต์ การเล่นที่เด่นของเหว็ดทำให้เขาตัดสินใจเข้าดราฟตัวผู้เล่นเอ็นบีเอในปีนั้น เมื่อ 28 กันยายน ค.ศ. 2006 มาร์เคว็ต ประกาศจะรีไทร์หมายเลขเสื้อของเหว็ดตอนพักครึ่งของเกมระหว่างมาร์เคว็ตกับมหาวิทยาลัยโพรวิเดนซ์ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007

       อาชีพการเล่นเอ็นบีเอ
                             เหว็ด ถูกดราฟเป็นอันดับที่ห้าในการดราฟของเอ็นบีเอในปี 2003 โดยไมอามี ฮีท และกลายเป็นดาวในทีมทันที เขาทำได้ 16 คะแนน 4 รีบาวด์ และ 4 แอสซิสต์ในปีแรก และยังทำผลงานได้ดีในรอบเพลยออฟโดยเฉพาะตอนที่เจอกับอินดีอานา เพเซอรส์ในรอบก่อนชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์ตะวันออก แต่ว่าในปีนั้นผู้เล่นหน้าใหม่อีกสองคนคือ คาเมโล แอนโทนี และ เลอบรอน เจมส์ กลับที่สนใจของสื่อมวลชนมากกว่า จากความสำเร็จในปีแรกของ เหว็ด เขาก็ได้รับการคัดตัวเป็นทีมชาติสหรัฐ
                             ฤดูกาล 2004-05 เมื่อแชคิล โอนีลถูกเทรดจากทีมลอสแอนเจลิส เลเกอรส์มายังฮีท ผลงานของเหว็ดดีขึ้นในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นคะแนนเฉลี่ย แอสซิสต์ และ รีบาวด์ ได้รับเลือกในเกมออลสตาร์ ฮีทขยับผลงานจากชนะ 42 แพ้ 40 ในปีก่อนหน้ามาเป็น ชนะ 59 แพ้ 23 หรือดีขึ้นถึง 17 เกม และเป็นสถิติแพ้ชนะที่ดีที่สุดในคอนเฟอเรนซ์ตะวันออก
ในรอบเพลย์ออฟ 2005 รอบแรกกับนิวเจอร์ซีส์ เน็ตส์ ฮีทชนะรวดโดยเหว็ดเล่นได้เฉลี่ย 26.3 คะแนน 8.8 แอสซิสต์ 6.0 รีบาวด์ และเปอร์เซนต์การชู้ต 50% ถือเป็นผู้เล่นคนที่เจ็ดที่สามารถทำ 25 คะแนน 8 แอสซิสต์ 6 รีบาวด์และชู้ตอย่างน้อย 50% (อีกหาคนที่เหลือล้วนอยู่ในหอเกียรติยศได้แก่ บ็อบ คอสี, ออสการ์ รอเบิร์ตสัน, วิลต์ แชมเบอร์เลน, แลร์รี เบิร์ด, แมจิก จอห์นสัน และ ไมเคิล จอร์แดน) เหว็ดทำได้อีกครั้งในรอบสองเอาชนะวอชิงตัน วิซารดส์ 4 เกมรวด ที่ผลงาน 31 แต้ม 7 รีบาวด์ 8 แอสซิสต์ต่อเกม ฮีทไปแพ้ดีทรอยต์ พิสตันส์ (ทีมป้องกันแชมป์) ใน 7 เกมตอนแข่งรอบชิงแชมป์คอนเฟอร์เรนซ์ตะวันออก เหว็ดทำคะแนนได้ 40 และ 36 ในเกม 2 และเกม 3 ขณะตอนที่เป็นไข้ ไซนัสอักเสบ และเจ็บเข่า เขาบาดเจ็บกล้ามเนื้อซี่โครงในเกม 5 ทำให้อดเล่นในเกม 6 และเล่นได้จำกัดในเกม 7 ความพ่ายแพ้ในเกม 7 ส่วนหนึ่งมาจากสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของเหว็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ฮีทนำพิสตันส์อยู่ 3 ต่อ 2 เกม
                             ฤดูกาล 2005-06 เหว็ดถูกเลือกให้เล่นในเกมรวมดาราเอ็นบีเออีกเป็นครั้งที่สอง และยังเป็นคนที่ทำให้ทีมชนะด้วย เขาเอาลูกที่อัลเลน ไอเวอร์สันชู้ตพลาดยัดกลับลงห่วง ตลอดฤดูกาลเหว็ดเล่นเฉลี่ย 27.2 แต้ม 6.7 แอสซิสต์ 5.7 รีบาวด์ 1.95 สตีล ในรอบเพลย์ออฟ เหว็ดเจ็บสะโพกแต่ก็กลับมาพาทีมชนะในรอบแรก และชนะดีทรอยต์ พิสตันส์ ในรอบชิงคอนเฟอร์เรนซ์ตะวันออก เข้ารอบชิงแชมป์เอ็นบีเอเป็นครั้งแรก
                             ในรอบชิง ฮีทพบกับดัลลัส แมฟเวอริกส์ เหว็ดยังโชว์ความสามารถของเขา ในเกม 3, 4 และ 5 เหว็ดทำได้ 42, 36 และ 43 คะแนนตามลำดับ พาทีมจากการเป็นรอง 0 ต่อ 2 เกม มานำ 3 ต่อ 2 เกม ฮีทชนะในเกม 6 และคว้าแชมป์เอ็นบีเอ และเหว็ดได้รับรางวัลเอ็มวีพีรอบไฟนอล
                             ในฤดูกาล 2006-07 เหว็ดได้รับเลือกเล่นในเกมรวมดาราเป็นปีที่สามติดต่อกัน แต่ทีมฮีทก็เริ่มต้นฤดูกาลโดยชนะเพียง 20 แต่แพ้ถึง 25 เกม  แต่หลังจากที่แชคหายจากการบาดเจ็บ และโค้ชแพท ไรเลย์ กลับมาหลังผ่าตัดสะโพกและหัวเข่า  ฮีทมีท่าทีว่าจะทำผลงานในครึ่งหลังได้ดี แต่ในเกมระหว่างฮีทกับฮิวส์ตัน รอกเก็ตส์เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ เหว็ดหัวไหล่ซ้ายเคลื่อนระหว่างการพยายามขโมยลูกจาก เชน แบททิเยร์ และต้องพาออกนอกสนามด้วยรถเข็น  เหว็ดต้องตัดสินใจระหว่างการพักฟื้นและกลับมาเล่นใหม่ช่วงปลายฤดูกาล หรือผ่าตัดและรอจนฤดูกาลหน้ากว่าจะเล่นได้อีกเหว็ดประกาศเมื่อ 5 มีนาคมว่าจะเลื่อนการผ่าตัดออกไปและพักเพื่อพยายามกลับมาเล่นให้ทีมในช่วงเพลย์ออฟ

                             เหว็ดกลับมาเล่นอีกครั้งในวันที่ 8 เมษายน หลังจากพักไป 23 เกม ในเกมแรกที่กลับมา เหว็ดแข่งกับชาล็อต บ็อบแคทส์ทำได้ 12 คะแนน 8 แอสซิสต์ แต่แพ้ต่อเวลาที่คะแนน 103 ต่อ 111 เหว็ดจบฤดูกาลด้วยสถิติเฉลี่ย 27.4 แต้ม 7.5 แอสซิสต์ 4.7 รีบาวด์ และ 2.1 สตีล ต่อเกมในรอบเพลย์ออฟ เหว็ด เล่นได้เฉลี่ย 23.5 แต้ม 6.3 แอสซิสต์ 4.8 รีบาวด์ต่อเกม แต่ฮีทก็ตกรอบแรกโดยแพ้ ชิคาโก บุล สี่เกมรวด  เหว็ดผ่าตัดไหล่ซ้ายและเข่าซ้ายและจะต้องพักช่วงเดือนแรกของฤดูกาล 2007-08

          รางวัลที่ได้รับ
- แชมป์เอ็นบีเอ กับทีมไมอามี ฮีท: ปี 2006
- รางวัลเอ็มวีพีรอบไฟนอล: ปี 2006
- ได้รับเลือกเล่นในเกมออลสตาร์: ปี 2005, 2006, 2007
-  เหรียญทองแดงในกีฬาโอลิมปิก กับทีมชาติสหรัฐ ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ ปี 2004
-  เหรียญทองแดงในฟีบาเวิร์ลแชมเปียนชิพ กับทีมชาติสหรัฐ ปี 2006
 


edit @ 22 Jan 2009 23:59:54 by Lonely World

My favourite tennis

posted on 22 Jan 2009 22:10 by rtbmu128
 
 Rafeal Nadal
 
 

               Rafael Nadal Parera (born June 3, 1986) is a Spanish professional tennis player who has been ranked World No. 1 since August 18, 2008. He has won six Grand Slam singles titles and the 2008 Olympic gold medal in singles. He has captured the last four French Open singles titles, joining Björn Borg in 2008 as the only man to have won four consecutive singles titles there. In 2008, Nadal became the second Spaniard to win Wimbledon. Nadal is the only player in the open era to have won the French Open, the London Queen's club, and Wimbledon in the same year.In 2009, Nadal became the first Spaniard to win the Australian Open and the fourth male tennis player- behind Jimmy Connors, Mats Wilander and Andre Agassi-to win Grand Slam titles on three different surfaces.

                For much of his career, Nadal has had a rivalry with Roger Federer, which many critics consider to be one of the greatest in tennis history.They are the only men in the open era who have played each other in seven Grand Slam finals,with Nadal winning five of those matches. Nadal was ranked World No. 2 behind Federer for a record 160 weeks before earning the top spot.Nadal has won 13 of their 19 singles matches to date, and all five of their most recent encounters.

                 He has been especially successful on clay courts. He has a 22–1 record in clay court tournament finals and is undefeated in 43 best-of-five-set matches on clay.[8] In each of the last four years, he has won both the French Open and two clay court Masters Series tournaments. He also owns the longest single-surface winning streak in the open era, having won 81 consecutive matches on clay from April 2005 to May 2007.[9] As a result, some tennis critics and top players already regard him as the greatest clay-court player of all time.

                  On October 18, 2008, Nadal clinched the year-end World No. 1 ranking for 2008.The same year, he was given the prestigious Prince of Asturias Award for his achievements in sports.

               ราฟาเอล นาดาล พาเรรา (สเปน: Rafael Nadal Parera) เกิดเมื่อ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2529 เป็นนักเทนนิสมืออาชีพชาวสเปน เกิดที่มานากอร์ ประเทศสเปน เริ่มเล่นเทนนิสเมื่ออายุ 4 ปีกับ โทนี ลุงของเขาซึ่งเป็นโค้ชผู้ดูแลเขามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน เริ่มการแข่งขันอาชีพในปี พ.ศ. 2544

                     ปัจจุบันเป็นมือหนึ่งของโลก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551 นาดาลชนะรายการแกรนด์สแลม 5 ครั้ง และยังได้เหรียญทองการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 เขาชนะการแข่งขันเฟรนช์โอเพน 4 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปี 2005-2008 และวิมเบิลดันในปี 2008ในปี 2008 เขาได้รับรางวัล Prince of Asturias Award ในหมวดกีฬา

 

 

edit @ 2 Feb 2009 20:52:02 by Lonely World

edit @ 2 Feb 2009 21:07:22 by Lonely World

My favourite Team

posted on 22 Jan 2009 20:36 by rtbmu128

Cristiano Ronaldo Dos Santos Aveiro  

 

Full name : Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro
Date of birth : 5 February 1985 (1985-02-05) (age 23)
Place of birth :  Funchal, Madeira, Portugal
Height : 6 ft 1 in (1.85 m)
Playing position : Winger

               Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro, born 5 February 1985 is a Portuguese footballer who plays as a winger for English Premier League club Manchester United F.C. and the Portuguese national team.
               Ronaldo began his career as a youth player at C.D. Nacional and his successes with the team led to a move to Sporting two seasons afterwards. Ronaldo's precocious talent caught the attention of Manchester United manager Sir Alex Ferguson and he signed the 18-year-old for ?12.24 million in 2003. The following season, Ronaldo won his first club honour, the FA Cup, and reached the UEFA Euro 2004 final with Portugal, in which he scored his first international goal.
               In 2008, Ronaldo won his first UEFA Champions League title, and was named the final's Man of the Match. He was named the FIFPro World Player of the Year and the FIFA World Player of the Year, in addition to becoming Manchester United's first Ballon d'Or winner in 40 years.
Johan Cruijff said in an interview on 2 April 2008, "Ronaldo is better than George Best and Denis Law, who were two brilliant and great players in the history of United."

              เมื่ออายุ 12 ปี โรนัลโดได้รับความสนใจจากสโมสรใหญ่ ๆ ของโปรตุเกสมากมาย โรนัลโด เลือกค้าแข้งกับ สปอร์ติง ลิสบอน ทีมโปรดของตัวเอง จนอายุ 17 ปี โรนัลโด ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของ สปอร์ติง เป็นครั้งแรก แล้วก้าวไปติดทีมชาติโปรตุเกสชุดอายุต่ำกว่า 17 ปีในศึกชิงแชมป์ยุโรป
              โรนัลโดมีจุดเด่นที่มีทักษะในการครองบอลและมีความคล่องตัวสูง ด้วยจุดนี้เอง ทำให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้สนใจที่จะนำโรนัลโดมาร่วมทีม และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้คว้าตัว โรนัลโด ไปร่วมทีมได้สำเร็จ ด้วยค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์ ในฤดูกาล 2003-2004 โรนัลโด ใช้เวลาไม่นานนักในการปรับตัวให้เข้ากับพรีเมียร์ชิพ และผลงาน 8 ประตู จากการลงสนาม 39 นัด ซึ่งรวมถึงประตูแรกในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ กับ มิลล์วอลล์ ก็ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Sir Matt Busby Player of the Year) ประจำฤดูกาล 2003/04
              โรนัลโดกับการพาทีมชาติโปรตุเกสผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกยูโร 2004 ก่อนพ่ายให้กับ กรีซในฤดูกาลที่ 2 ของโรนัลโดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มไม่ดีเท่ากับปีแรก หลังจากที่จบฤดูกาลด้วยการลงสนาม 50 นัด แต่ทำได้แค่ 9 ประตู ในฤดูกาล 2005/06 โรนัลโด ก็เรียกฟอร์มเก่งของตัวเองมาได้อีกครั้งในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ด้วยการทำ 12ประตู จากการลงสนาม 47 นัด
               โรนัลโดคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฟิฟโปร (FIFPro Special Young Player of the Year 2005) ซึ่งเป็นรางวัลเดียวที่ให้แฟนๆ เป็นผู้ลงคะแนนโหวตตัดสิน และในปีเดียวกันเขาก็ได้อันดับที่ 20 ในตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่าด้วยในศึกฟุตบอลโลก 2006 โรนัลโด ถูกแฟนบอลอังกฤษรุมโห่ไล่หลังจากที่มีส่วนทำให้ เวย์น รูนีย์ เพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องถูกไล่ออกในเกมที่อังกฤษพบกับโปรตุเกส โรนัลโดถูกสื่อในอังกฤษกดดันและต่อว่า อย่างไรก็ดีโรนัลโดยังคงเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
                เมษายน 2007 คริสเตียโน โรนัลโด คว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยม และผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี 2007 ของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ หรือ พีเอฟเอ ไปครอง โดยเป็นผู้เล่นรายที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้ารางวัลเกียรติยศทั้งสองมาครอบครองในเวลาเดียวกัน หลังโชว์ฟอร์มสุดยอดมาตลอดฤดูกาลนี้โดยก่อนหน้านี้ แอนดี เกรย์ เคยทำได้เมื่อปี 1977 หรือ ราว 30 ปีก่อน